ผู้สูงอายุกับการดูแลสุขภาพในหน้าหนาว

เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงปลายปี อากาศก็จะเริ่มหนาวเย็นลง หลายคนรู้สึกชื่นชอบช่วงเวลานี้ แต่สำหรับผู้สูงอายุ อุณหภูมิของอากาศที่หนาวเย็นลงอาจส่งภัยร้ายต่อสุขภาพได้ หากไม่ระมัดระวังเตรียมตัวดูแลสุขภาพให้แข็งแรงไว้ก่อน สิ่งที่พึงระวังเป็นพิเศษ


1.โรคติดต่อทางการหายใจ เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดง่ายในฤดูนี้ และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ
          การป้องกัน ทำได้โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในฝูงชนที่มีการระบายอากาศไม่ดี เช่น โรงภาพยนตร์ แหล่งการค้าที่มีคนอยู่หนาแน่น และควรล้างมือบ่อย ๆ เพื่อลดการได้รับเชื้อโรคจากผู้อื่น การงดสูบบุหรี่ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของการติดเชื้อในทางเดินหายใจได้อีกทางหนึ่ง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย รวมทั้งไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย และถ้ามีผู้ป่วยในบ้าน ควรแนะนำให้ปิดปากด้วยผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้าเวลาไอหรือจาม
          
2.ปัญหาเรื่องผิวหนัง  เช่น ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบและคัน เนื่องจากผู้สูงอายุมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย และต่อมไขมันทำงานลดลงตามอายุ จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย โดยเฉพาะในฤดูหนาวซึ่งอากาศแห้งและมีความชื้นในอากาศน้อย ยิ่งเมื่ออาบน้ำอุ่นจัดก็จะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก

          
3.การกำเริบรุนแรงของโรคในระบบไหลเวียนเลือด  เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะไม่ค่อยอยากออกกำลังกายในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น การกินอาหารที่มีไขมันสูงทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นในช่วงอากาศหนาว ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจมีความต้องการออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น หากมีโรคของระบบไหลเวียนเลือดอยู่เดิม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคหลอดเลือดสมอง อาจทำให้โรคเดิมเหล่านี้กำเริมขึ้นได้
           
4.ภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายลดลงมากผิดปกติ  สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในชนบทห่างไกลที่อากาศหนาวจัดต้องระวังภาวะนี้ เนื่องจากประสาทรับรู้อากาศที่หนาวเย็นที่ผิวหนังของผู้สูงอายุมีความไวลดลง ร่างกายไม่สามารถตอบสนองด้วยการหนาวสั่น หรือการหดตัวของกล้ามเนื้อ
          
5.ปวดข้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาปวดข้อเรื้อรังอยู่เดิม อากาศที่หนาวเย็นอาจกระตุ้นให้โรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์ มีอาการรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น การรักษาความอบอุ่นให้ร่างกายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด